จับแล้วโจรปล้นทองใส่รองเท้าแตะ !! พ่อแจ้งจับเอง เจ้าตัวสารภาพทะเลาะกับเมีย หลังกดดันเรื่องเงิน


 

จับแล้วโจรอีแตะ บุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างกลางเมืองแหลมฉบัง โดยพ่อโทรแจ้งตำรวจว่าลูกชายก่อเหตุ โดย นั่งรถตู้โดยสาร หลบหนีไป จ.ระยอง ตำรวจไล่ล่า จนได้ตัวพร้อมของกลางครบ 33 เส้น เจ้าตัวรับสารภาพทำไปเพราะทะเลาะกับเมีย หลังกดดันเรื่องเงิน

      จากกรณีที่ คนร้าย สวมเสื้อยืดสีขาว สวมเสื้อคลุมสีเทา ยี่ห้อไนกี้ทับอีกชั้น สวมกางเกงยีนขายาว รองเท้าแตะ กระเป๋าสะพายข้างสีดำ ซึ่งใช้อาวุธปืนแม็กกาซีน สีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ร้านทอง โกลด์เด้น ไนน์ตี้ไนน์ ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สร้อยคอทองคำ ขนาด 1 สลึง หายไปจำนวน 33 เส้น หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

        ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช ผกก.สภ.แหลมฉบัง พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ สมหวัง รอง ผกก.สภ.แหลมฉบัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.แหลมฉบัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 2  สืบสวน ภ.จ.ชลบุรี  กองปราบปราม ได้ร่วมกันควบคุมตัวนายวรุณสวรรค์ หมากหลำ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174/136 ม.7 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ประกอบอาชีพช่างเชื่อมเหล็ก ซึ่งเป็นคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง โกลด์เด้น ไนน์ตี้ไนน์ ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยของกลางเป็นเส้นคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 33 เส้น เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และอาวุธปืนแม็กกาซีนปลอม จำนวน 2 กระบอก รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สปาร์ นาโน สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สภ.แหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 30 นาที ก่อนควบคุมตัวออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

      ด้านนายวรุณสวรรค์ หมากหลำ อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกับภรรยา เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงิน ส่งผลให้ตนเองเกิดความกดดัน และอารมณ์ชั่ววูบ จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยหลังจากที่ก่อเหตุก็ได้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ตลาดคลองถม บางละมุง ก่อนที่จะเดินย้อนกลับมานอนที่บ้านบริเวณหลังธนาคารกรุงไทย สาขาอ่าวอุดม ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่อมาในช่วงเช้าไปนั่งรถยนต์ตู้โดยสารไปที่ จ.ระยอง ก่อนจะถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด

      ด้าน น.ส.อทิตยา ประเสริฐสังข์ อายุ 42 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ปกติแล้วประกอบอาชีพช่างเชื่อม ส่วนตนเองทำงานร้านเสริมสวย ซึ่งก่อนเกิดเหตุประมาณ 1  วัน ตนเองได้มีปากเสียงกับผู้ก่อเหตุ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงิน หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่งมาทราบว่าก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง

       ในขณะที่ พล.ต.ต.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2 กล่าวว่า จากการบูรณาการกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบัง ได้ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนภาค 2  สืบสวน ภ.จ.ชลบุรี และกองปราบปราม ที่ลงมาช่วย ได้ระดมกำลังกันเต็มที่ เช็กไทม์ไลน์เส้นทางหลบหนีของคนร้าย จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ่อของผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ได้โทรศัพท์ติดต่อมาทาง สภ.แหลมฉบัง ระบุว่าลูกชายตนเองเป็นคนก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าคนร้ายได้นั่งรถยนต์ตู้โดยสารไปที่ จ.ระยอง แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไป จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง ครบทุกเส้น รวมถึงอาวุธปินปลอม เสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุอุปกรณ์ที่ใช้ในวันก่อเหตุ รวมถึงรถจักรยานยนต์ ที่คนร้ายลักขโมยมาใช้ในการก่อเหตุและการหลบหนีได้อีกด้วย

     ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนรีบนำตัวคนร้ายไปชี้จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ บริเวณตลาดนัดคลองถม ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ

    หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนร้ายกลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.แหลมฉบัง แล้วแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ใช้ยานพาหนะในการหลบหนี แล้วส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกฎหมายต่อไป













สนับสนุนข่าวโดย

ไม่มีความคิดเห็น:

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2559 ชลบุรี ฮอท รีพอร์ท นิวส์ | Chonburi Hot Report News | 44/48 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาปาร์ค ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ จ.ชลบุรี 20110 โทร.063-187-5563