ผอ.รพ.แหลมฉบังเผยกรณีการเสียชีวิต ของเด็กน้อยวัย 8 ขวบ เป็นภาวะช็อคจากโรคไข้เลือดออก ขั้นรุนแรง




จากกรณีที่ นางเอ(นามสมมุติ) ชาวบ้านตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้ร้องเรียนว่า เด็กชายบี(นามสมมุติ) อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นบุตรชาย ได้มีอาการป่วย จึงได้พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ปรากฎว่า ลูกชายได้เกิดอาการไข้ขึ้นสูง และเกิดอาการช็อค จนกระทั่งในเวลาต่อมา ทางโรงพยาบาลได้เร่งส่งตัวไปยังโรงพยาบาลชลบุรี แต่ระหว่างทางหัวใจของลูกชาย ได้หยุดเต้น แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 30 กันายน ที่ผ่านมา

    ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบนายแพทย์ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง เปิดเผยว่า ก่อนอื่นเลยตนเองต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตนเองก็ขอชี้แจงขอเท็จจริงก่อนว่า ตอนที่ครอบครัวพาน้องมารักษาที่โรงพยาบาล ในขณะนั้นน้องก็อยู่ในอาการหนักแล้ว เนื่องจากมีอาการป่วยมาหลายวันแล้ว ซึ่งทางทีมแพทย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการนำตัวน้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยทันที และจากการตรวจเลือดพบว่า น้องมีเกล็ดเลือดที่ต่ำมากๆ ประมาณ 20,000 เกล็ดต่อไมโครลิตร ซึ่งคนปกตินั้นเกล็ดเลือดจะอยู่ที่ 150,000 - 200,000 เกล็ดต่อไมโครลิตร หลังจากนั้นทางทีมแพทย์ก็วินิจฉัยว่า น้องป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก และอยู่ในอาการขั้นวิกฤต ทางโรงพยาบาลเห็นว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ น้องอาจจะเสียชีวิต จึงได้สั่งเคลื่อนย้ายน้องไป รักษาอาการต่อที่โรงพยาบาลชลบุรี เนื่องจากที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ไม่มีห้องไอซียู ที่สามารถรองรับได้ และในระหว่างที่กำลังนำส่ง น้องได้เกิดอาการช็อคหมดสติ อีกทั้งยังมีอาการหัวใจหยุดเต้น จึงได้เลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้

นายแพทย์ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง กล่าวต่อว่า และในส่วนของกรณีที่ทางญาติ ระบุว่า ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมีการเจาะเลือดหลายครั้ง ทำการรักษาและพูดจาไม่สุภาพนั้น ทางโรงพยาบาลก็ขอชี้แจงว่า อาจเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนไป ประกอบกับการช่วยเหลือน้องในขณะนั้น ก็อยู่ในขั้นวิกฤต จึงจำเป็นต้องเชิญญาติออกด้านนอก และในส่วนของกรณีที่เจาะเลือดหลายเข็มนั้น ก็เนื่องจากตัวน้องเองหรือผู้ป่วย มีลักษณะอ้วน ทำให้การหาเส้นเลือดเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาล ก็ขอฝากกรณีแบบนี้ไว้ เตือนประชาชน ว่าโรคไข้เลือดออก แท้จริงแล้วน่ากลัวกว่าเชื้อไวรัสโควิด 19 เสียอีก เพราะเนื่องจากโรคไข้เลือดดออก อยู่คู่กับคนไทยมานาน แต่คนไทยมักจะละเลยกับการป้องกันยุงลายกัน ทั้งๆที่ การเสียชีวิตของผู้ป่วยมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก











 

สนับสนุนข่าวโดย

ไม่มีความคิดเห็น:

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2559 ชลบุรี ฮอท รีพอร์ท นิวส์ | Chonburi Hot Report News | 44/48 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาปาร์ค ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ จ.ชลบุรี 20110 โทร.063-187-5563