ชาวศรีราชา เฮ หลังการรถไฟ ยกเลิก 3 เส้นทางที่ทำการศึกษาในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายชุมทางศรีราชา-ระยอง พบมีการเวนคืนที่ดิน สร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ล่าสุดเลือกเส้นทางที่ 4 โดยไม่ผ่านชุมชน




 ที่ห้องประชุมเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นายอาคม  พันธ์เฉลิมชัย  นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เป็นประธานประชุมรับฟัง โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายชุมทางศรีราชา-ระยอง และมาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด-คลองใหญ่  หลังชาวบ้านในพื้นที่ ต.สรุศักดิ์ ,ต.หนองขาม ,ต.บ่อวิน  ในอำเภอศรีราชา เกิดความวิตกกังวลกับเส้นทางดังกล่าว โดยหวั่นจะถูกเวนคืนที่ดิน เพื่อใช้ในการก่อสร้างเส้นทาง โดยเชิญนายปัฐตพงษ์  บุญแก้ว  วิศวกร การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมทีมงาน มาชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบถึงเส้นทางและแนวทางที่จะเกิดขึ้น  โดยมีข้าราชการ ,ชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น กว่า 500 คน มาร่วมรับฟังในครั้งนี้  ด้านนายปัฐตพงษ์  บุญแก้ว  วิศวกร การรถไฟแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายชุมทางศรีราชา-ระยอง และมาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด-คลองใหญ่  ได้ทำการศึกษาตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึง เดือน ก.ค. นี้ โดยได้ทำการศึกษาทั้งสิ้น  4  เส้นทาง คือ  AB1-AB2-AB3 และ AB4  ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงและวิตกกังวลมาก คือ เส้นทาง AB1และAB2  ที่ตัดผ่านแหล่งชุมชน ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษาได้ลงมาเก็บข้อมูลในเส้นทางต่างๆแล้ว ทั้ง 4 เส้นทาง เพื่อตัดสินว่าเส้นทางใดมีความเหมาะสม  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประชาชน ได้รับข้อมูลและข่าวสารที่เผยแพร่ออกไป เกิดความสับสนและหวั่นวิตกเป็นอย่างมากกับเส้นทางดังกล่าว ดังนั้นเพื่อสร้างความสบายใจ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงต้องลงมาชี้แจงและเพื่อยืนยันความชัดเจนในเส้นทางที่จะเกิดขึ้น นายปัฐตพงษ์    กล่าวต่ออีกว่า  ผลจากการศึกษากว่า 95 %  พบว่า เส้นทาง AB1-ABและ AB3 นั้น จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูง , มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชน  โดยจะมีผลกระทบมากกว่า เส้นทาง AB4 ดังนั้น เส้นทางที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในขณะนี้  คือ เส้นทาง AB4  และเมื่อออกทำมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้หายวิตกกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป

สำหรับเส้นทาง AB4 นั้น โดยเริ่มต้นที่สถานีศรีราชา ซึ่งใช้เส้นทางเดิมไปจนถึงสถานีบางละมุง โดยไม่มีการเวนคืนที่ดิน  และเมื่อใกล้ถึงเส้นทางบางละมุงจะมีทางแยกออกมาทางทิศตะวันออก โดยจะตัดผ่านไปทางทิศใต้บริเวณห่างจากหมู่บ้านแมกไม้แหลมฉบัง 2  พอสมควร พร้อมผ่านถนนสายห้วยกู และผ่านนิคมอุตสาหกรรมโรจนะแหลมฉบัง  จากนั้นจะข้ามถนนมอเตอร์เวย์ มาตัดกับถนนสายนาวัง ตัดเข้ามาที่บริเวณภูเขาไม้แก้ว ใกล้สำนักสงฆ์เมืองจันทร์สุดาด้านทิศใต้ พร้อมมาตัดข้ามถนนทางหลวงสายสัตหีบ-พนมสารคาม ใกล้หมู่บ้านชาญสมอน ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ระยอง โดยเส้นทางจะเลาะนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ระยอง มาทางทิศใต้ ผ่านหมู่บ้านลีโอ เรนซิเด้นซ์  จากนั้นจะข้ามมาที่ตำบลเขาไม้แก้ว และเข้าสู่เขตพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง บริเวณวิทยาลัยเทคนิกบ้านค่าย จากนั้นจะวกลงมาทางด้านทิศใต้ ผ่านบริษัทจิลสตีล  สถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านค่าย และตัดผ่านใกล้วัดหนองสะพาน เข้าสู่ตัวเมืองระยอง ทางด้านทิศเหนือด้านวัดน้ำคอก(เก่า) โดยเส้นทางทั้งหมดระยาว 64 กิโลเมตรแต่ถ้าร่วมเส้นทางรถไฟเดิม จะยาวทั้งสิ้น 74 กิโลเมตรนายปัฐตพงษ์   กล่าวว่า   หลังจากนี้ เมื่อศึกษาความเหมาะสม และยืนยันเส้นทางที่ชัดเจนแล้ว หลังจากนั้นจะต้องเสนอของบจากกระทรวงคมนาคม เพื่อออกแบบรายละเอียดเส้นทางที่เลือกไว้ โดยใช้ระยะเวลาในการออกแบบประมาณ  8 เดือนถึง 1 ปี  จากนั้นก็จะต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA.) และด้านการเวนคืน  พร้อมนำเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการเพื่อก่อสร้างต่อไป โครงการดังกล่าว หากดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้  เช่น โครงการศึกษา และออกแบบเป็นเวลา  2  ปี หลังจากนั้นจะต้องนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอีกประมาณ  1 ปี และก่อสร้างประมาณ 4 ปี คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ  7-8 ปี  ถึงจะเป็นรูปธรรม














สนับสนุนข่าวโดย

ไม่มีความคิดเห็น:

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2559 ชลบุรี ฮอท รีพอร์ท นิวส์ | Chonburi Hot Report News | 44/48 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาปาร์ค ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ จ.ชลบุรี 20110 โทร.063-187-5563