จากกรณีที่ นางสาวพจนารถ ทองห่อ อายุ 53 ปี นอนป่วยโรคประจำตัว อยู่ภายในห้องเช่า 2 ชั้น เลขที่ 3/114 ม.2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งมีนายธิติ เพ็ญศรี อายุ 15 ปี ลูกชายค่อยดูแล แต่ปรากฏว่าไม่มีเงินเติมแก๊ส จึงได้หาที่พึ่งสุดท้าย โดยการโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยัง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีราชา จ.ชลบุรี ขอเงินเติมแก๊ส จำนวน 300 บาท หลังจากนั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำสิ่งของ รวมถึงประชาชน ที่ทราบข่าว ก็พากันมาให้กันช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ม.ค.64 ที่ผ่านมา

 ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว บริเวณห้องเช่า 2 ชั้น เลขที่ 3/114 ม.2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบ ส.ต.ท.รักพงษ์ กิ่งแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา ได้นำสิ่งของเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเงินจำนวน 10,300 บาท ที่มีประชาชนรวมสนับสนุนมาให้กับ นางสาวพจนารถ ทองห่อ อายุ 53 ปี ที่นอนป่วยโรคประจำตัวอยู่ สร้างความปราบปลื้มใจให้กับนางสาวพจนารถ

 สอบถาม ส.ต.ท.รักพงษ์ กิ่งแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา กล่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น เมื่อ นางสาวพจนารถ ทองห่อ ได้โทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังผู้กำกับการ สภ.ศรีราชา ว่าไม่มีเงินกินข้าวประทังชีวิต อยากจะขอเงินตำรวจ 300 บาท นำมาเติมแก๊ส ให้ลูกชายทอดไข่เจียว ให้กิน ซึ่งหลังจากที่ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ พลวงษ์ศรี ผกก.สภ.ศรีราชา ทราบเรื่อง ก็ได้ให้ตนเองนำสิ่งของจำนวนหนึ่ง รวมถึงเติมแก๊สให้กับนางสาวพจนารถ อีกด้วย และในขณะเดียวกันวิดีโอตนเองถ่ายไว้ขณะเข้ามาช่วยเหลือ นำไปลงใน Tiktok ส่งผลให้มีประชาชน สนใจให้การช่วยเหลือมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงโอนเงินผ่านตนเองฝากนำมาให้ รวมแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 10,300 บาท อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกๆ คน ที่ร่วมกันช่วยเหลือนางสาวพจนารถ ทองห่อ ล่าสุดลูกชายได้มีคนใจบุญรับไปทำงานที่คาร์แคร์แล้วได้เงินค่าแรงวันละ 300 บาท ตอนครอบครัวมีกำลังใจในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว















 


สาวท้อง 7 เดือน โร่ขอความช่วยเหลือกู้ภัย หลังนิ้วบวม แหวนเพชรแต่งงานสวมมา3ปีติดนิ้ว ล่าสุดกู้ภัยช่วยตัดออก

      เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับขอความช่วยเหลือจากประชาชน ว่ามีแหวนเพชรติดนิ้ว ไม่สามารถเอาออกได้เอง เหตุเกิดบริเวณหน้าศาลเจ้าเพี้ยวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปช่วยเหลือ

      ที่เกิดเหตุพบนางวรวรรณ คล้ายพวก อายุ 26 ปี ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ได้ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากนิ้วนาง ข้างขวาบวม แล้วถูกแหวนเพชร แต่งงานที่สวมใส่รัดนิ้ว จนไม่สามารถนำออกได้เอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงได้ใช้สบู่ แต่ก็ไม่สามารถนำออกได้ จึงได้ตัดสิ้นใจใช้อุปกรณ์ตัดแหวนออกจากนิ้ว ซึ่งใช้เวลากว่า 10 นาที จึงสามารถนำออกได้

     สอบถามนางวรวรรณ กล่าวว่า ตนเองสวมแหวนเพชร วงนี้นานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งขณะนั้นก็ยังใส่และถอดได้อยู่ จนกระทั่งเวลาผ่านไป การตั้งครรภ์ ทำให้นิ้วมือเริ่มบวม ส่งผลให้แหวนเพชร ที่ใส่รัดแน่นขึ้น และล่าสุดไม่สามารถทำงานได้ จึงได้ร้องขอกู้ภัย













 


เมื่อเวลา 22.00 น.( 21ม.ค.64 ) นายธรรมนูญ เทียมพันธ์  อายุ 63 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร รถแท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทห 5537 กรุงเทพมหานคร ข้างรถมีคำว่าสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่  จำกัด ได้พาตำรวจสายตรวจสถานีตำรวจภูธรศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไปดูจุดที่ส่งผู้โดยสารชาย 2 คนในที่ภายในซอยวัดเขาแตงอ่อนซึ่งเป็นที่มืด โดยนายธรรมนูญ ได้เล่าว่าได้ออกมาขับรถแท็กซี่ตั้งเช้าเวลา 07.00 น.วิ่งรถทั้งวันได้เงิน 500 บาท ช่วงกลางคืนได้แวะซื้อกับข้าวที่ตลาดพระประแดง เพื่อจะกลับบ้านขณะนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ ได้มีชาย 2 คนมาเคาะกระจกว่าจ้างเหมาให้มาส่งที่ปลายทางศรีราชา ตนเองจึงบอกไปว่าไม่เหมาแต่ให้กดมิเตอร์เอาแทน ไม่อยากเอาเปรียบผู้โดยสาร ขับจากพระประแดงมาถึงทางด่วนได้บอกผู้โดยสารขอตังมาจ่ายค่าทางด่วนก่อนแต่ผู้โดยสารบอกออกให้ก่อนไปเก็บปลายที่เดียว ระหว่างผู้โดยสารได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้หญิง นัดแนะให้มารับ กระทั้งขับรถมาถึงปลายทางภายในซอย 5 เขาแตงอ่อน หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  ซึ่งจอดในที่มืดได้บอกค่าแท็กซี่โดยสารไป จำนวน1,300 บาท รวมค่าทางด่วนแล้ว ผู้โดยสารบอกให้รอเดี๋ยวเข้าไปตังที่บ้านก่อน ตนเองก็บอกไปว่าถ้าจะไปเอาตังให้ไปคนเดียวอีกคนต้องคอยอยู่ที่รถ สักพักได้มีรถจักรยานยนต์คนขี่เป็นผู้ชายมารับผู้โดยสารอีกคนที่คอยอยู่ในรถไป  ตนเองจึงเดินตามชายคนแรกไปตามเอาเงินที่บ้านกลับไม่พบจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ และได้เข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของผู้โดยสาร จนทราบชื่อคือนายสิทธิชัยหรือนายกบ โดยพบญาติๆของนายกบ หลังได้พุดคุยกับญาติของนายกบ เล่าว่านายกบ ทำงานบนเรือใหญ่นานๆมากแล้วที่ไม่เคยกลับมาบ้านเลย หรือบางที 1-2 ปีจะกลับมาบ้านครั้งจนญาติคิดว่าเสียชีวิตแล้ว ญาติเมื่อรู้ว่านายกบ ได้หลอกคนขับแท็กซี่มาต้องด่าทอไม่น่าทำกับคนหาเช้ากินค่ำแบบนายกบกลับมาบ้านทีก็สร้างแต่ปัญหา ขณะเดียวกันได้มีหญิงวัยกลางคนบ้านอยู่ในละแวกเดียวกับบ้านนายกบ เมื่อว่าแท็กซี่หลอก ได้มอบเงินจำนวน 500 บาทช่วยเหลือเป็นค่าเติมแก๊สและค่าทางด่วนกลับกรุงเทพมหานคร ทำให้นายธรรมนูญ คนขับแท็กซี่ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ด้านเจ้าหน้าที่ได้พานายธรรมนูญ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา

และจะได้เชิญตัวนายสิทธิชัย หรือนายกบ มาสอบสวน หากไม่มาจะขอหมายศาลจับ ฐานฉ้อโกง

มีเสียงนายธรรมนูญ คนขับแท็กซี่









 


จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Sanya Tike ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า ลูกชายตกงาน​ ไม่มีแม้แต่​เงินจะประทังชีวิต​/เติมแก๊ส​ได้ทำกับข้าว​ให้แม่ผู้​บังเกิด​เกล้า​ทาน​ ช่วง​ COVID19​ ระบาดระลอก2 ลุกชาย​ จึงได้โทรศัพท์​ขอความช่วยเหลือ​กับตำรวจ​ในพื้นที่ โดยมีภาพเป็นคลิปวิดีโอ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำสิ่งของมามอบให้

       ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่บริเวณห้องเช่า 2 ชั้น เลขที่ 3/114 ม.2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ห้องที่ 2 พบ นางสาวพจนารถ ทองห่อ อายุ 53 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ห้องดังกล่าว โดยได้บอกว่า ตนเองป่วยเป็นโรค หอบหืด ถุงลมโป่งพอง และโรคอื่นๆอีกหลายโรค แถมสายตาไม่ดีมองเห็นเพียงเลือนราง เพราะโรคประจำตัว โดยมี ลูกชายคือนายธิติ เพ็ญศรี อายุ 15 ปี ค่อยดูแล และด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ทำให้ตกงาน ไม่มีใครจ้างงาน

      นางสาวพจนารถ ทองห่อ กล่าวว่า หลังจากที่ลูกชายตกงาน ทำให้สถานการเงินทางบ้านลำบาก ไม่มีแม้แต่เงินประทังชีวิต จนเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตนเองได้โทรไปที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา ขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้น พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ พลวงษ์ศรี ผกก.สภ.ศรีราชา ก็ได้ติดต่อกลับมาแล้ว สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตนเองก็บอกไปตรงๆ ว่าไม่มีเงินเติมแก๊ส ขอเงินเติมแก๊ส เพราะต้องการให้ลูกทอดไข่กิน ขอแค่ 300 บาทเท่านั้น

      ต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 นาย นำข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และไข่สด มาให้ จำนวนหนึ่ง พร้อมกับมอบเงินไว้ให้อีกจำนวนหนึ่งไว้ให้เพื่อซื้อกับข้าวมากิน อีกทั้งยังทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้อีก หากมีปัญหาอะไรให้โทรได้โดยตรง ตนเองก็ถึงกลับน้ำตาไหล ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร

       ด้านนายธิติ เพ็ญศรี อายุ 15 ปี กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตกงาน ตนเองก็พยายามออกไปหางานทำ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูแม่ ที่มีอาการป่วย แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย ไม่มีวุฒิการศึกษา ทำให้ไม่มีใครรับทำงาน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องหางานทำ แต่ช่วงนี้ก็ต้องดูแลก่อน เพราะมีอาการป่วย นอกจากนี้ตนเองก็ขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ใจดีนำสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือ













 


ร.ต.ท.ศักดิ์นรินทร์ อัครพงษ์ชัย ร้อยเวรสอบสวนสภ.หนองขาม จ.ชลบุรีได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านค้าได้รับความเสียหาย 4 ร้านหลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณปากซอยชากกระปอก 15 หน้าตลาดอุดมกิจ 2 ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา .จ.ชลบุรี พบรถยนต์ มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กณ 5981 กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสุพัฒตรา เป็นคนขับโดยมีแฟนหนุ่มนั่งข้างมาด้วยกัน สภาพพุ่งร้านค้า 4 ร้านรวด ประกอบด้วยร้านลาบอีสาน ร้านแซนวิช  ร้านแกงใต้  ร้านดอกไม้ และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน เป็น รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟไอ สีแดงหมายเลขทะเบียน 1 กง 6731 บุรีรัมย์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงหมายเลขทะเบียน 3กฐ 9462 ชลบุรี ซึ่งทั้งได้รับความเสียหายพังยับเยิน ข้าวกระเด็นตกเต็มพื้นถนน จากการสอบสวน นายทองสุข คำจันศรี อายุ 43 ปีและนางสาว วาสนา เทพกิจ อายุ 43 ปี สองสามีภรรยายเจ้าของร้านลาบอีสาน เล่าให้ฟังว่าพบเห็นรถยนต์มิตซูบิชิ ขับออกจากซอยจะเลี้ยวขวาไปตลาดใหม่ทางรถไฟผู้ใหญ่เยี่ยม น่าจะตกใจรถจักรยานยนต์ตัดหน้าจะเหียบเบรก แต่เหยียบพลาดไปเหยียบคันเร่งทำให้รถพุ่งร้านที่เป็นรถเข็น พังยับเยิน 4 ร้านรวด ข้าวของเสียหายหมด โชคดีที่ตนเองเห็นเหตุการณ์พอดี จึงกระชากแฟนหลบได้ทันแต่ก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หากหลบไม่ทันคงเสียชีวิตแน่ เพราะรถพุ่งชนค่อนข้างแรง ด้านผู้ขับรถยนต์เก๋งอยู่ในอาการตกใจไม่สามารถเล่าเหตุการณ์ให้ฟังได้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้พร้อมเชิญคนขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่และเจ้าของร้านค้า และเจ้าของรถจักรยานยนต์ มาสอบสวนเพิ่มเติมและให้ผู้ขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ชดเชยค่าเสียหายแก่ ร้านค้าและเจ้าของรถจักรยายนต์ต่อไป













 

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2559 ชลบุรี ฮอท รีพอร์ท นิวส์ | Chonburi Hot Report News | 44/48 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาปาร์ค ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ จ.ชลบุรี 20110 โทร.063-187-5563