26 กันยายน 2564 : จากสถานการณ์ของพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” พาดผ่านภาคเหนือ รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทำให้เกิดเหตุน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เอไอเอสมีความห่วงใยประชาชน และเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนต่างๆ ที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จึงได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้อย่างต่อเนื่องในมิติต่างๆ อาทิ

1. ด้านสัญญาณเครือข่าย ทีมงานวิศวกร ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน พร้อมเข้าดูแลสถานีฐานในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลเครือข่ายให้ยังคงพร้อมบริการติดต่อสื่อสารได้อย่างดีที่สุด

2. ทีมงานพนักงานอุ่นใจอาสา ร่วมสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยล่าสุดได้มอบน้ำดื่มต่อกองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ พร้อมลงพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมยินดีสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

3. ด้านความสะดวกของการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง เอไอเอส ดำเนินการขยายระยะเวลาชำระค่าบริการสำหรับลูกค้ารายเดือน และลูกค้า AIS Fibre พร้อมกับขยายเวลาการใช้งานให้กับลูกค้าระบบเติมเงินด้วย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พายุฝนอาจจะยังมีมาอย่างต่อเนื่อง ทีมงานจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อม ให้ความช่วยเหลือ เคียงข้างประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อื่นๆที่อาจเกิดอุทกภัยได้อย่างทันท่วงทีต่อไปทั้งนี้ เอไอเอสขอส่งกำลังใจให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัยทุกท่าน และเราพร้อมเคียงข้างเพื่อร่วมก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน









 


ที่บริเวณชั้นใต้ดินภายในห้างสรรพสินค้า โรบินสัน  ไลน์ สไตล์ สาขาบ่อวิน ภาคบริการโลหิต แห่งชาติ ที่ 3 ชลบุรี  สภากาชาดไทย ร่วมกับ ห้างโรบินสัน ไลน์ สไตล์ สาขาบ่อวิน ได้จัดให้มีการรับบริจาคโลหิต  โดยมี พ.ต.อ.ปพนพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.บ่อวิน นำข้าราชการตำรวจเข้าร่วมรับบริจาค สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19  ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่ง ที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด เช่น โรคโลหิตจางทาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการเลือดสูงมาก แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติไม่สามารถจ่ายเลือดให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนลดลงทุกแห่งทั่วประเทศ หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด และสถาบันการศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตบริจาควันละ 700-900 ยูนิตเท่านั้น ลดลงมากถึงร้อยละ 50 ดังนั้น เพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอและปลอดภัย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจึงได้มีมาตรการและแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาคโลหิต ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ 12 แห่ง และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ทุกแห่ง ตามคำแนะนำของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ยังคงรักษามาตรการสร้างความมั่นใจให้เป็นสถานที่ปลอดภัยจาก COVID-19 มีการควบคุม ดูแล รักษาความสะอาด อุปกรณ์ สถานที่ และสุขอนามัยของผู้มาบริจาคโลหิต และบุคลากรที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหน่วยงานไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ










 


เอไอเอสจับมือ ไทยพาณิชย์ประกาศลงนามสัญญาร่วมทุนเพื่อจัดตั้งบริษัท เอไอเอสซีบี

ครั้งแรกในไทยที่ผู้นำในสองอุตสาหกรรมหลักของประเทศ Telco และ ธนาคาร ร่วมทุนกันเพื่อให้บริการทางการเงิน

เตรียมให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงิน

เอไอเอสและ ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศบรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาร่วมทุน ในการจัดตั้งบริษัทในชื่อ เอไอเอสซีบี” (AISCB) เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เช่น บริการด้านสินเชื่อ ก่อนขยายสู่บริการทางการเงินอื่น ๆ ต่อไป นับเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังสร้างฐานธุรกิจแห่งการเติบโตในรูปแบบใหม่ให้กับทั้งสององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวได้นำเอาจุดเด่นของพันธมิตรทั้งสอง คือ ความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ นวัตกรรมอันล้ำสมัย ตลอดจนศักยภาพในการให้บริการลูกค้าของเอไอเอส มาผสานเข้ากับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลที่จะสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับคนไทยได้มากยิ่งขึ้นท่ามกลางบริบทของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง เอไอเอสและ ธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่บริษัทชั้นนำในสองอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่ Telco และสถาบันการเงิน ร่วมทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์คนในวงกว้างโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันอย่างแน่นอน




 


                 เมื่อเวลา20.10น.วันที่20ก.ย.2564 อาสากู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนว่ามีคนผูกคอตายแต่ทางภรรยามาเจอก่อนรีบแก้ผ้าที่ผูกคอออกช่วยไว้ทันแต่หมดสติ ปลุกไม่ตื่นหายใจแผ่วเบาที่ทาวเฮ้าท์2ชั้น ในหมู่บ้านมณีรินทร์ ซอย18 เลขที่29/243 ใกล้กับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หมู่8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา หลังรับแจ้งจึงนำกำลังอาสาสมัครกู้ภัยเดินทางไปช่วยเหลือพบนายสุริยนต์(ขอสงวนนามสกุล)อายุ37ปี นอนหมดสติ หายใจแผ่วเบาอยู่ที่บันใดทางขึ้นชั้น2โดยมีกลิ่นสุราโชยออกมา หลังจากนั้นจึงทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาลจนผู้ที่ผูกคอฟื้นขึ้นมามีอาการดีขี้นตามลำดับ โดยนางเสาว์รีย์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ40ปี ภรรยาได้บอกว่า ได้ห้ามไม่ให้สามีดื่มสุราแยะที่ในบ้าน หลังจากนั้นก็ได้ออกไปธุระนอกบ้านเมื่อกลับมาถึงบ้านเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าสามีได้ใช้ผ้าขนหนูผูกคอกับราวบันใดที่เดินขึ้นไปชั้น2มีอาการตาเหลือกลิ้นจุกปากอยู่จึงรีบแก้ผ้าขนหนูที่ผูกคออยู่ออกมาและนำตัวลงมาวางไว้ที่พื้นแล้วรีบเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยและเรียกอาสากู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาเข้ามาทำการช่วยเหลือสามีซึ่งคาดว่าสามีน้อยใจและเครียดที่ตนห้ามดื่มสุราซึ่งก็ดื่มเบียร์ไปครึ่งขวดและสุราขาว2กั๊ก ซึ่งหลังจากที่ทางอาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือจนนายสุริยนต์จนมีสติดีขึ้น อาการดีขึ้นก็ได้แยกย้ายกันกลับที่ตั้งต่อไป










 


20 กันยายน 2564: AIS 5G ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจค้าปลีก เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ อันดับหนึ่ง ของไทย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผสมผสานช่องทางการขาย (Cross Channel Platform) กับร้านAIS

เทเลวิซกว่า 400 สาขา ในทุกชุมชนทั่วไทย เชื่อมต่อผู้บริโภคใน Touch Point ต่างๆ ผ่านเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงสินค้าและบริการไอที อิเล็คทรอนิคส์ ด้วยการเปิดบริการ e-Ordering กับทัพสินค้าคุณภาพจากเพาเวอร์บาย ผ่านพนักงานที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ให้บริการครบ จบในที่เดียว

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS อธิบายว่า เรายังคงมุ่งเน้นที่จะนำโครงข่ายดิจิทัล เข้าไปเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับบริการรวมถึงไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นเหมือนเครื่องมือหลักในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน เรียนหนังสือ ค้าขาย ในยุคโควิดให้แก่คนไทย ซึ่งการผลักดันเรื่องดังกล่าวของ AIS ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เชื่อว่าสามารถส่งผลเชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกับภาคธุรกิจค้าปลีกที่จะมีผลต่อภาพใหญ่ของประเทศ ทำให้เราเดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีเป้าหมายการทำงานเดียวกันที่จะส่งต่อบริการดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี จึงเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่การทำงานร่วมกับเพาเวอร์บายในครั้งนี้ จะเป็นการร่วมผลักดันทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในช่วงเวลาท้าทาย รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบถ้วน

นายวรวุฒิ พงศ์ชินภัค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า "สถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ที่เกิดขึ้น สร้างพฤติกรรมใหม่ๆให้กับผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการช้อปปิ้ง มีการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ลูกค้าไม่ยึดติดกับการเห็นสินค้าก่อนการซื้ออีกต่อไป ทำให้ E-Catalog หรือ E-Ordering เข้ามามีบทบาทให้การนำเสนอสินค้าและบริการมากขึ้น สำหรับเพาเวอร์บาย เราเป็นผู้นำในธุรกิจที่มีกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าแบบหลากหลายช่องทาง เราเห็นถึงโอกาสในการจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ สามารถขยายฐานลูกค้าให้ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับAIS และร้านเทเลวิซ ซึ่งมีสาขาอยู่กว่า 400 สาขาทั่วประเทศในการเปิดจุดจำหน่ายพิเศษ (E-Ordering) ขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เพาเวอร์บายเข้าถึงฐานลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมประสบการณ์การการเข้าร้าน Telewiz  ให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

จากการดูแลลูกค้ากว่า 43.2 ล้านรายทั่วประเทศของ AIS ทำให้เข้าใจถึงความต้องการเข้าถึงสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ความร่วมมือกับเพาเวอร์บาย ณ ร้านAIS เทเลวิซ นับเป็นนวัตกรรมของช่องทางการขายรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าด้วยเทคโนโลยี e-Odering โดยนำสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายสื่อสารอินเทอร์เน็ต, Home Wifi Broadband ได้ เช่น ทีวี เครื่องเสียง หรือสินค้าไอทีอื่นๆ  โดยพนักงานขายร้านAIS เทเลวิซ ในพื้นที่หัวเมือง และต่างจังหวัด กว่า 400 สาขา จะเป็นเหมือน Personal Shopper หรือผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ผ่านแทบเล็ตจะนำเสนอสินค้าของเพาเวอร์บายถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน เปรียบเทียบข้อมูล และราคาสุดพิเศษ การชำระเงิน การจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน ไปจนถึงบริการหลังการขายที่สะดวกสบาย สามารถให้บริการได้จบ ครบในจุดเดียว ทำให้ผู้บริโภคในเขตหัวเมือง และต่างจังหวัดได้รับประสบการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ครอบคลุมครบทุกความต้องการดิจิทัลไลฟ์สไตล์

นายวรวุฒิ กล่าวต่อไปอีกว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เพาเวอร์บายได้จัดทำจุดจำหน่ายช่องทาง E-Ordering ในร้าน Telewiz ทั่วประเทศ ผ่าน E-Catalog โดยเน้นสินค้าโทรทัศน์ เครื่องเสียง และแก็ดเจ็ตต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยลูกค้าที่เข้าร้าน Telewiz สามารถเลือกสินค้าผ่านแท็ปแล็ต เลือกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เลือกช่องทางการขนส่ง และเมื่อชำระค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า ลูกค้าจะได้รับหลักฐานการซื้อสินค้าทันที ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านร้าน Telewiz  จะได้รับบริการครบวงจร เช่นเดียวกับที่ซื้อจากร้านเพาเวอร์บายโดยตรง อาทิ การส่งฟรีในพื้นที่ที่กำหนด การรับประกันอย่างครบวงจร บริการให้คำปรึกษาต่างๆ ผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ของเพาเวอร์บายได้โดยตรง ดังนั้น ไม่ว่าจะช้อปที่เพาเวอร์บาย หรือช้อปหน้าร้าน Telewiz ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุด และเป็นสินค้าจากแบรนด์ดังของแท้ 100% ทุกชิ้น

นายปรัธนา กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำคัญของดิจิทัลเทคโนโลยีจะส่งผลต่อการทำงานเชิงรุกของภาคธุรกิจต่างๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา การทำงานของ AIS กับเพาเวอร์ยบายครั้งนี้ฉายภาพเป้าหมายของเราในฐานะของการเป็น Digital Life Service Provider ได้อย่างชัดเจน ในมุมของการยกระดับประสบการณ์ การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนไทยด้วยโครงข่ายเทคโนโลยีให้เข้าถึงคนไทยตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงทุกชุมชนของประเทศ









 

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2559 ชลบุรี ฮอท รีพอร์ท นิวส์ | Chonburi Hot Report News | 44/48 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาปาร์ค ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ จ.ชลบุรี 20110 โทร.063-187-5563